รู้ทัน ‘นโยบายพลังงาน’ ไพ่ตายหาเสียง ‘นักการเมือง’

“นโยบายพลังงาน” โดยเฉพาะเรื่อง “ราคาพลังงาน” เป็นผลิตภัณฑ์การบ้านการเมือง ที่นักการเมือง มักกล่าวถึงขึ้นมาใช้ออกหาเสียง ทุกครั้ง ในตอน ที่จะมีการออกเสียง ด้วยเหตุว่า ทั้ง ราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ล้วน เป็นต้นทุนสำหรับการดำเนินชีวิตของประชาชน แล้วก็ เงินลงทุนในการดำเนินภาคธุรกิจ

ในเหตุการณ์ที่ ราคาพลังงาน อยู่ในชั้นสูง พรรคการเมืองต่าง ๆ ย่อมจะชูหลักการการปรับลด หั่นราคาพลังงาน ลงมา ยิ่งใกล้การเลือกตั้ง ยิ่งมองเห็นการแข่งขันชิงชัยในแนวทางด้านนี้ ของพรรคต่าง ๆ อย่างเข้มข้น

หาก ยังนึกออกสำหรับการ ลงคะแนน ปี 2554 ซึ่ง เป็นปีที่ราคาน้ำ ในตลาดโลก มีราคาปรับตัวสูงไปมากกว่า 100 ดอลลาร์ ต่อ บาร์เรล สำหรับการปราศรัยใหญ่ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งไม่กี่วัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แคนดิเดต นายกพรรคเพื่อไทย ในเวลานั้น ประกาศแนวทาง ว่าจะลดราคาน้ำมัน ลงลิตรละ 5 บาท ทันทีถ้าเกิดได้เป็นรัฐบาล

ในที่สุด มีการปรับลดภาษีสรรพสามิต น้ำมันน้ำมันดีเซล ลงลิตรละ 5 บาท ปัจจุบัน รัฐบาล ก็ใช้มาตรการนี้ เพื่อลดราคาค้าปลีกน้ำมันดีเซล รวมทั้งแบ่งเบาปัญหาเรื่องการติดลบ ของกองทุนน้ำมันฯ แลกกับ การสูญรายได้ เดือนละกว่า หมื่นล้านบาท

การเลือกตั้งในปีนี้ ประเด็นเรื่อง นโยบายพลังงาน จะกลับมาเป็นไฮต์ไลท์

ที่หลายพรรค การเมือง หยิบขึ้นมา ใช้ออกหาเสียง โดยเฉพาะแนวทางเรื่อง “ค่าไฟ” หลังจากที่ค่าไฟ มีการปรับขึ้น อย่างสม่ำเสมอ จากการสู้รบ ระหว่าง รัสเซีย รวมทั้ง ยูเครน กระทั่งทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติ รวมทั้ง ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LNG) ที่ไทย ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า 70% ราคาพุ่งสูงมากขึ้น

แม้จะ มีมาตรการ ช่วยเหลือ ที่รัฐจำต้องใช้เงินช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ค่าไฟฟ้าก็ยังปรับสูงมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ปรับมากขึ้น มาอยู่ที่ 4.72 บาท ต่อ หน่วย ส่วนภาคธุรกิจ ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 5.33 บาท ต่อ หน่วย

คีย์แมน ของพรรคการเมือง ต่าง ๆ เริ่ม ออกมาเคลื่อนไหว ประกาศแนวนโยบาย ลดค่าไฟฟ้า ปรับโครงสร้าง พลังงาน อย่างมีชีวิตชีวา

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศสำหรับเพื่อการ ลงพื้นที่หาเสียง ที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า ถ้าหากไทยสร้างไทย ได้เป็นรัฐบาล จะลดค่าไฟ ให้เหลือ ไม่เกิน 3.5 บาท / หน่วย มั่นใจว่า บอกจริง.. ทำเป็นแน่

ส่วนพรรคเพื่อไทย การันตีว่า หากได้เป็นรัฐบาล ราคา ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ ค่าไฟฟ้า ลดลงทันที จะรณรงค์ รวมทั้ง ผลักดัน พลังงานจากแสงอาทิตย์ ระดับครัวเรือน ทำให้ลดการพึ่งพิงน้ำมันลง

กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล้า พูดว่า ค่าไฟ จะถูกลง จากการแข่งขันชิงชัย ที่เยอะขึ้น เสนอให้มีการ แยกกิจการ สายส่งออกมาบริหารจัดการใหม่ เพื่อให้ ผู้ซื้อ รวมทั้ง ผู้ใช้ไฟฟ้า มีทางเลือก สำหรับในการ ซื้อไฟฟ้าจากแหล่งผลิต ที่ถูกลง หรือ แหล่งพลังงานเวียน ที่จะมีบทบาท มากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่พรรคไทยภักดี ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ขึ้นป้ายหาเสียง “ค่าไฟหน่วยละ 2.50 บาท ก๊าซหุงต้ม 15 บาท ต่อ ก.ก.”

ที่จริง ไม่ใช่เรื่องผิด ที่แต่ละพรรค จะแข่งขันกัน ในเรื่องแนวทางพลังงาน แต่จะต้องอธิบายได้ ด้วยว่า จะทำได้อย่างไร ให้ราคาพลังงาน ลดน้อยลง ทำแล้ว ต้องใช้เงินสนับสนุนอีก ไหม ในวงเงินมากแค่ไหน?

ที่สำคัญ อย่าลืมว่า ประเทศไทย เป็นผู้นำเข้าพลังงาน หากราคาพลังงานในตลาดโลก มีราคาสูง จะกำหนดราคาขาย ในประเทศ ให้ถูก อาจไม่พ้นจำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณเข้ามาอุดหนุน ปีที่ผ่านมา เพียงแค่ ปีเดียว สถานะของกองทุนน้ำมันฯ ติดลบไปกว่า 1.2 แสนล้านบาท

ส่วนการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) ก็มีหนี้สิน ที่คอยการใช้คืน สำหรับการเข้าไป รับภาระอุ้มค่าไฟอยู่ นับแสนล้านบาท

ประชาชน อย่างเราจะต้อง มองให้ไกล … อย่าเลือก เพียงเห็นแก่นโยบาย พลังงานราคาถูก แต่จำเป็นต้องใช้เงินสนับสนุน มาก เสี่ยง เพิ่มภาระงบประมาณ ของประเทศในอนาคต